ระเบียบเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด ปี 2562 ออกใหม่แล้วนะ รู้ยัง

ระเบียบเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด ที่มีชื่อเต็มๆ ว่า “ระเบียบกรมกิจการเด็กและเยาวชน ว่าด้วยการจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด พ.ศ. 2562” ออกมาใหม่แล้วนะครับ ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

ในระเบียบหน้า 6 ประกาศ ณ วันที่ 2 สิงหาคม 2562 แสดงว่าใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2562 ใช่ป่าว

ระเบียบเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด

ระเบียบเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่นบ้าง

ก่อนที่จะไปดูรายละเอียดอื่น เรามาดูนิยามกันก่อนครับ จะได้เข้าใจว่า เด็กแรกเกิดหมายถึงเด็กแบบไหนยังไง ผู้ปกครองคือใครบ้าง รายได้น้อยคือรายได้ขนาดไหน

เด็กแรกเกิด หมายความว่า เด็กที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป จนมีอายุครบหกปี มีสัญชาติไทย อาศัยอยู่กับผู้ปกครองในครัวเรือนที่มีรายได้น้อย และไม่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของหน่วยงานของรัฐ หรือเอกชนตามที่อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชนประกาศกำหนด

ผู้ปกครอง หมายความว่า บิดา มารดา หรือบุคคลอื่น ที่มีสัญชาติไทย อาศัยอยู่ในครัวเรือนที่มีรายได้น้อย และเป็นผู้เลี้ยงดูเด็กแรกเกิด โดยเด็กแรกเกิดพักอาศัยรวมอยู่ด้วย

ครัวเรือนที่มีรายได้น้อย หมายความว่า ครัวเรือนที่สมาชิกมีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี โดยสมาชิกต้องมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติหรือการสมรส หรืออยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยา หรือด้วยเหตุอื่นตามกฎหมาย และสมาชิกต้องอาศัยอยู่จริงในครัวเรือนติดต่อกันมาไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันในรอบปีที่ผ่านมา แต่ไม่นับรวมลูกจ้างของครัวเรือน

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หมายความว่า เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้น ทั้งนี้ไม่รวมถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัด

การยื่นคำร้องขอลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิ

ให้ผู้ปกครองของเด็กแรกเกิดที่มีสิทธิมายื่นคำร้องขอลงทะเบียนที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ที่เด็กแรกเกิดอาศัยอยู่จริง หมายความว่า เด็กที่เกิดมาแล้วอาศัยอยู่ที่ใด ก็ให้ผู้ปกครองมายื่นต่อ อปท.ที่นั่น แต่ถ้ายังไม่คลอด ยังไม่ต้องมายื่น รอคลอดก่อน

ถ้าผู้ปกครองไม่มีสัญชาติไทย แต่เด็กแรกเกิดมีสัญชาติไทย ให้ผู้ปกครองไปยื่นคำร้องขอลงทะเบียนได้ที่กรมกิจการเด็กและเยาวชน หรือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด

เอกสารหลักฐาน มี

แบบคำร้องขอลงทะเบียน (ดร.01)

แบบรับรองสถานะของครัวเรือน (ดร.02)

บัตรประชาชนของผู้ปกครอง

สูติบัตรเด็กแรกเกิด

สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ปกครอง

สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก (สมุดฝากท้องสีชมพู)

ถ้าหากว่า ครัวเรือนไหนมีสมาชิกในครัวเรือนมีอายุครบ 18 ปีขึ้นไปทุกคน และทุกคนมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ต้องยื่นแบบ ดร.02 (ข้อ 2) โดยให้นำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของทุกคนมาแสดงตอนยื่นคำขอ (อปท.อาจถ่ายเอกสารแนบมาด้วยก็ได้-ผู้เขียน)

ถ้าหากว่าผู้ปกครองเป็นข้าราชการ หรือมีสมาชิกในครัวเรือนเป็นข้าราชการ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือพนักงานบริษัทเอกชน ให้แนบใบรับรองเงินเดือน หรือหนังสือรับรองรายได้ของทุกคนมาแนบประกอบการยื่นคำขอลงทะเบียนด้วย

ระเบียบเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด กับการรับรองสถานะครัวเรือน

การรับรองสถานะครัวเรือนตามแบบ ดร.02 จะต้องมีผู้รับรอง 2 คน ซึ่งเดิมเป็นปลัด อปท.คนหนึ่ง ตอนนี้เปลี่ยนเป็นอย่างนี้ครับ

ผู้รับรองคนที่ 1 ได้แก่ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านหรือชุมชน (อสม.) ในส่วนของ กทม. และเมืองพัทยา ดูรายละเอียดในภาพประกอบนะครับ

ผู้รับรองคนที่ 2 ได้แก่ ประธานอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประจำตำบล (ประธาน อพม.ตำบล) ประธานชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการของสถานบริการสาธารณสุขระดับตำบล (ข้าราชการของ รพ.สต.) ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นที่ดำรงตำแหน่งในระดับปฏิบัติการขึ้นไปหรือเทียบเท่า ที่ปฏิบัติหน้าที่ในท้องที่หรือท้องถิ่นแห่งนั้น

ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ที่จะรับรองคนที่ 2 จะต้องไม่เป็นผู้ที่ได้รับคำสั่งให้เป็นผู้รับลงทะเบียนเด็กแรกเกิดนะครับ (แนะนำพวกเราทำคำสั่ง ใส่ชื่อพวกเราเป็นผู้รับผิดชอบการรับลงทะเบียนเด็กแรกเกิดเลย ก็จะเซนต์รับรองสถานะครัวเรือนไม่ได้ อิอิ)

ถ้าหากว่า ไม่มีผู้รับรอง หรือมีผู้รับรองแต่ไม่ครบ 2 คน ให้ อบต.หรือเทศบาล ที่รับลงทะเบียนส่งเรื่องให้กรมกิจการเด็กและเยาวชน หรือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้อง

กรมกิจการเด็กและเยาวชน หรือ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด จะต้องพิจารณาข้อเท็จจริง และวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับเรื่องจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต. หรือ เทศบาล)

ถ้าหากว่า ผู้มายื่นคำร้องขอรับสิทธิมีคุณสมบัติครบถ้วนถูกต้องตามระเบียบ ให้แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทราบ แต่ถ้าผู้มายื่นคำขอนั้นขาดคุณสมบัติ ไม่เห็นชอบให้รับลงทะเบียน กรมกิจการเด็กและเยาวชน หรือ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ต้องแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้มายื่นคำร้อง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทราบ ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ

การประกาศรายชื่อและการคัดค้าน

เมื่อเรา (อบต. เทศบาล) รับคำร้องมาแล้ว ตรวจสอบเอกสารมีความถูกต้องครบถ้วนแล้ว ก็ให้ประกาศรายชื่อผู้ปกครองที่มีสิทธิรับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ณ ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้คนที่มีส่วนได้ส่วนเสียมายื่นคำร้องคัดค้านภายใน 15 วัน

เมื่อครบ 15 วันแล้ว ถ้าไม่มีผู้คัดค้าน ให้ อบต. เทศบาล บันทึกข้อมูลเบื้องต้น (ชื่อ นามสกุล เลขบัตรประชาชน ของผู้ลงทะเบียน และเด็กแรกเกิด) ตามแบบ ดร.01 ในระบบฐานข้อมูลของโครงการ

แต่ถ้ามีผู้ยื่นคำร้องคัดค้าน ให้ อบต. เทศบาล พิจารณาข้อเท็จจริง พร้อมความเห็น และจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องให้กรมกิจการเด็กและเยาวชน หรือ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ยื่นคำร้องคัดค้าน

กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) หรือ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับตั้งแต่ได้รับเอกสารจาก อบต. เทศบาล

หากคำร้องคัดค้านฟังไม่ขึ้น ให้ ดย. หรือ พมจ. บันทึกข้อมูลในระบบฐานข้อมูลเด็กแรกเกิดได้เลย แต่ถ้าหากว่าคำคัดค้านมีมูลฟังขึ้น ให้แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ปกครองที่ลงทะเบียน และ อบต. เทศบาล ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ

กรณีตรวจเจอว่า การลงทะเบียน เอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง ให้ผู้รับลงทะเบียนแจ้งให้ผู้ปกครองที่ลงทะเบียนแก้ไขให้ถูกต้องภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่รับหนังสือยื่นขอ ถ้าผู้ปกครองไม่แก้ไขในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่า ผู้ปกครองไม่ประสงค์ขอรับเงินเด็กแรกเกิด

การจ่ายเงินให้แก่ผู้ปกครองที่ยื่นคำร้อง คงไม่ต้องพูดถึงในที่นี้นะครับ เพราะเงินไม่ใช่ของเรา เราเพียงแค่รับลงทะเบียนและบันทึกข้อมูลอย่างย่อเท่านั้น

แม้จะเป็นอย่างนั้น พวกเรารู้ดีว่า ถ้าชาวบ้าน แม่และเด็กมาลงทะเบียนกับเรา เขาไม่รู้หรอกว่าใครเป็นคนจ่ายเงินให้เขา เขารู้แต่เพียงว่า เขามาลงทะเบียนที่ อบต. เขามาลงทะเบียนที่เทศบาล เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าเขาไม่ได้เงิน เขาก็จะมาสอบถามเอากับ อบต. สอบถามเอากับเทศบาล

และพวกเรายังรู้อีกว่า ถ้าเขาเข้ามาบ่อยๆ เขาจะไม่มาถามเฉยๆ เขามาพร้อมกับความโมโหที่เขายังไม่ได้เงินสักที พอเราบอกว่า ศดร.กำลังของบประมาณอยู่ เขาไม่เชื่อนะครับ

เอาเถอะ ถือว่าทำเพื่อชาวบ้าน ชาวบ้านไม่เข้าใจก็ช่างเขา คราวหน้าผมจะมาเล่าให้ฟังในคราวหน้าละกันเรื่องเงิน จะนำเรื่องการขอเปลี่ยนสิทธิรับเงินเด็กแรกเกิดมาเล่าให้ฟังด้วย รอติดตามนะครับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด ศดร.ขอความร่วมมือ พมจ.ดำเนินการ

ระบบฐานข้อมูลโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.