เตรียมความพร้อมจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุและคนพิการ แบบ e-payment

เตรียมความพร้อมจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุและคนพิการ แบบ e-payment โดยกรมบัญชีกลาง ตามโครงการบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคมของรัฐบาล ซึ่งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นออกหนังสือมาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเตรียมความพร้อมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

เตรียมความพร้อมจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุและคนพิการ

หนังสือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ด่วนที่สุด ที่ มท 0810.6/ว 3765 ลงวันที่ 18 กันยายน 2562 เรื่อง การเตรียมความพร้อมรองรับการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามโครงการบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม (e-payment)

หนังสือฉบับนี้แจ้งถึงผู้ว่าราชการจังหวัด และยังอ้างถึงหนังสือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ด่วนที่สุดที่ มท 0810.6/ว 684 ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งหนังสือที่อ้างถึงนี้ก็เป็นการบอกให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเตรียมความพร้อมในการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและคนพิการนั่นเองครับ

เตรียมความพร้อมจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุและคนพิการ

หนังสือ ว 684 ที่อ้างถึงบอกว่า

ด้วยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2558 เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอีเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment Master Plan) ซึ่งในแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการ เป็นหนึ่งในโครงการบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม

โดยกรมบัญชีกลางได้จำทำแผนการดำเนินงานการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการ ที่จะเริ่มดำเนินการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการสังคมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (พื้นที่นำร่อง 9 จังหวัด) ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2562 ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดน่าน จังหวัดพังงา จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดสงขลา จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดอุทัยธานี

ซึ่งการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพดังกล่าว กรณีผู้มีสิทธิขอรับเงินผ่านบัญชี กรมบัญชีกลางจะดำเนินการโอนงบประมาณเข้าบัญชีโดยตรงให้แก่ผู้มีสิทธิ/ผู้รับมอบอำนาจ สำหรับกรณีผู้มีสิทธิขอรับเงินสด กรมบัญชีกลางจะดำเนินการโอนเงินให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อนำไปจ่ายให้แกผู้มีสิทธิต่อไป

อ่าน กรมบัญชีกลางพร้อมจ่ายเบี้ยยังชีพ พฤษภาคมนี้ อปท.นำร่อง 9 จังหวัดพร้อมมั้ย ประกอบ

และบอกให้เรา ตรวจสอบจำนวนผู้มีสิทธิ วิธีการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพ และเลขที่บัญชีเงินฝากธนาคารของผู้มีสิทธิรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการ ในระบบสารสนเทศการจัดการฐานข้อมูลเบี้ยยังชีพ และให้ปรับปรุงข้อมูลรายบุคคลในระบบให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน

อ่าน รายละเอียดหนังสือ ว684 ประกอบได้ที่นี่

เตรียมความพร้อมจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุและคนพิการ

ส่วนหนังสือ ว3765 ฉบับนี้ นอกจากเกริ่นถึงหนังสือที่อ้างถึงที่ผมเล่าให้ฟังไปในย่อหน้าแรก ยังบอกอีกในย่อหน้าที่สองว่า

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้พัฒนาระบบสารสนเทศการจัดการฐานข้อมูลเบี้ยยังชีพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเรียบร้อยแล้ว และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามโครงการบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม (e-payment)

จึงขอให้จังหวัดแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการเพิ่มเติม และปรับปรุงข้อมูลรายบุคคลของผู้มีสิทธิรับเบี้ยยังชีพในระบบสารสนเทศการจัดการฐานข้อมูลเบี้ยยังชีพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ของผู้มีสิทธิให้ถูกต้องครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน ตามรายการที่ส่งมาด้วย

เตรียมความพร้อมจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุและคนพิการ แบบ e-payment ต้องทำยังไงบ้าง

ก่อนอื่น ต้องไปดูรายการปรับปรุงข้อมูลรายบุคคลของผู้มีสิทธิรับเบี้ยยังชีพ ที่ส่งมาพร้อมกับหนังสือฉบับนี้ครับ ว่ามีรายการอะไรบ้าง ผมจะไล่ไปทีละรายการเลยนะครับ ว่าเขาให้ไปแก้ไขตรงไหนบ้าง

1.เพิ่มเติมข้อมูลคำนำหน้าชื่อ

จากเดิมในระบบสารสนเทศเบี้ยยังชีพ คำนำหน้าที่พวกเราติ๊กคือ นาย นาง นางสาว และอื่นๆ คือถ้าใครเป็นเด็ก หรือ พระ เราก็จะติ๊กอื่นๆ แล้วใส่ เด็กชาย เด็กหญิง พระ ลงไป แต่ตอนนี้ระบบเพิ่ม เด็กชาย เด็กหญิง เพิ่ม คุณ มาให้แล้วนะครับ

2.ปรับปรุง วัน และเดือนเกิดของผู้มีสิทธิ (สำหรับผู้มีสิทธิที่ไม่มีวันและเดือนเกิด)

พวกเราคงจะเคยเจอ ผู้สูงอายุที่มีแค่ปีเกิด ไม่มีวันที่เกิด ไม่มีเดือนเกิด ซึ่งที่ผ่านมา กรมส่งเสริมฯ มีหนังสือแจ้งมาตลอดว่า ถ้าไม่มีวันที่เกิด ให้นับวันที่ 1 ถ้าไม่มีเดือนเกิดให้นับเดือนมกราคม เช่น ผู้สูงอายุระบุแค่ปีเกิดเป็น – – 2499 ก็ให้ถือว่าคนๆ นี้ เกิดวันที่ 1 เดือนมกราคม 2499

ตอนนี้ในระบบเพิ่มช่องให้ติ๊กแล้วนะครับว่า “ไม่ทราบวันที่เกิด”

3.เพิ่มเติมข้อมูลวันรับลงทะเบียนของผู้มีสิทธิ

วันที่เรารับลงทะเบียน ถ้าหากว่าเป็นคนใหม่ เราคงไม่มีปัญหาหรอกครับ แต่ถ้าเป็นคนเก่าประเภทอายุ 70 กว่าขึ้นไปแล้วนี่จะลงยังไง หลายท่านเป็นกังวล

อยากบอกว่าอย่างนี้ครับ วันที่รับลงทะเบียน มันจะสัมพันธ์กับ วันที่ได้รับเบี้ยยังชีพ

ถ้าหากว่าอายุ 70 ปีขึ้นไป วันที่เริ่มรับเบี้ยยังชีพ ถ้าจำไม่ได้จริงๆ ให้ลงเป็น วันที่ 1 ตุลาคม 2552 (เพราะระบบสารสนเทศมีมาสิบปีตั้งแต่ห้าสองครับ) ส่วนคนอายุ 69 68 67 ก็ลดหลั่นกันลงมาเรื่อยๆ เช่น อายุ 69 ปี รับ 1 ตุลาคม 2553 อายุ 68 ปี รับ 1 ตุลาคม 2554 เป็นต้น

เมื่อทราบอย่างนี้แล้ว ท่านคงรู้นะครับว่า ผู้สูงอายุเหล่านี้มาลงทะเบียนเมื่อไร ระบบนี้เป็นการลงทะเบียนล่วงหน้าครับ ลงปีนี้รับปีหน้า

4.เพิ่มเติมวันที่จดทะเบียนความพิการ และวันหมดอายุของบัตรคนพิการ (กรณีบัตรคนพิการตลอดชีพ ไม่ต้องใส่วันหมดอายุฯ)

ข้อนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ถ้าหาหลักฐานไม่ได้ หาหลักฐานไม่ทัน ลองตรวจสอบเบื้องต้นทางออนไลน์ที่เว็บ ตรวจสอบข้อมูลคนพิการ ครับ ลองดู

5.เพิ่มเติมรายละเอียดของการมอบอำนาจ โดยใส่ข้อมูลผู้รับมอบอำนาจ คำนำหน้าชื่อ ชื่อ – สกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน ความสัมพันธ์ระหว่างผู้มอบ – ผู้รับมอบอำนาจ และเบอร์ติดต่อ (ถ้ามี)

ข้อนี้ผมเชื่อว่าหลายท่านมีข้อมูลอยู่ในมือแล้ว หลายๆ ท่านกำลังออกพื้นที่ตรวจสอบสถานะผู้รับเบี้ยยังชีพอยู่แล้วในตอนนี้ เพราะฉะนั้นผมจึงเชื่อว่า ท่านมีข้อมูลอยู่ในมือ

ที่สำคัญคือข้อ 6 และข้อ 7 นี่แหละครับ

6.เพิ่มเติมข้อมูลธนาคาร และแก้ไขเลขบัญชีให้ครบหลัก ตามธนาคาร โดยไม่มีขีด และต้องเป็นตัวเลขที่ติดกัน

7.ปรับปรุงชื่อบัญชีธนาคารของผู้มีสิทธิ โดยใส่ชื่อบุคคลตามหน้าสมุดบัญชีธนาคาร และไม่ต้องใส่อักขระพิเศษ

คำว่าอักขระพิเศษคงเข้าใจนะครับ นอกเหนือจากคำนำหน้า ชื่อนามสกุลแล้ว คงไม่มีอักษรอื่นๆ

เอาล่ะครับ ขอบคุณที่ทนอ่านจนมาถึงบรรทัดนี้ เจอกันใหม่คราวหน้า สวัสดีครับ

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.