การย้ายภูมิลำเนาของผู้สูงอายุ ที่มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป อย่างนี้ก็ได้เหรอ

การย้ายภูมิลำเนาของผู้สูงอายุ  ที่มีอายุ  60  ปีบริบูรณ์ขึ้นไป  เรื่องนี้มีหนังสือขอความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ออกมาคือ  หนังสือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ มท 0810.6/ว 728 ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 เรื่อง ขอความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์กรณีการย้ายภูมิลำเนาของผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

การย้ายภูมิลำเนาของผู้สูงอายุ

หนังสือนี้อ้างถึง  ระเบียบเบี้ยยังชีพปี  52  และหนังสือซักซ้อมแนวทางการรับลงทะเบียนผู้สูงอายุปี  2563  ลงวันที่  13  พฤศจิกายน  2561  เพราะฉะนั้นควรหยิบหนังสือที่อ้างถึงพวกนี้มาพิจารณาด้วย

เรื่องของเรื่องของหนังสือนี้คือเขาบอกว่า  ชาวบ้านยังไม่เข้าใจเรื่องการย้าย  กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจึงขอความร่วมมือสำนักทะเบียนอำเภอ  สำนักทะเบียนท้องถิ่น  แจ้งผู้สูงอายุเป็นหนังสือให้ไปลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ย้าย  แต่ไม่เกินเดือนพฤศจิกายนของปีที่ย้ายนั้น   อปท.เดิมจ่ายถึงเดือนกันยายนของปีงบที่ย้าย  อปท.ใหม่จ่ายต่อในเดือนตุลาคมปีงบถัดไป

เหมือนกับที่เคยบอกมาในหนังสือที่อ้างถึง  หนังสือซักซ้อมการลงทะเบียนปีงบ  63  ข้อ  3

ปัญหาที่คาดว่าจะเกิดกับ  อปท.  เกิดกับนักพัฒนาชุมชน  คือ  อบต.ไม่มีสำนักทะเบียน  เทศบาลบางแห่งก็ไม่มีสำนักทะเบียน  แล้วสำนักทะเบียนอำเภอไม่ทำตามหนังสือสั่งการนี้  ผู้สูงอายุย้ายแล้วไม่มีหนังสือแจ้งให้ไปลงทะเบียนจะทำยังไง  หรือแจ้งแต่ลืมไปลงทะเบียนจะทำยังไง

อันนี้อย่าเพิ่งคิดก็ได้  แต่หนังสือฉบับนี้มีข้อความที่ทำให้เกิดความสงสัย  และถ้าทำตามมันขัดกับหลักการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่เราดำเนินการมาตลอด  ผมจะยกตัวอย่างให้ฟังครับ

การย้ายภูมิลำเนาของผู้สูงอายุ ที่มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

ตัวอย่างที่  1

ผู้สูงอายุย้ายวันที่  28  กุมภาพันธ์  2562  แล้วไปลงทะเบียนที่  อปท.แห่งใหม่ในวันที่  30  กันยายน  2562  ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของปีงบประมาณ  แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่หนังสือบอกไว้ว่า  “ไปลงทะเบียนรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ  ณ  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ย้ายเข้า  ตั้งแต่วันที่ย้ายแต่ไม่เกินเดือนพฤศจิกายนของปีนั้น”

เพราะฉะนั้นผู้สูงอายุรายนี้  รับเงินที่เก่าถึงเดือนกันยายน  2562  ไปรับเงินที่ใหม่เดือนตุลาคม  2562  ซึ่งเป็นปีงบประมาณใหม่  2563

ตัวอย่างที่  2

ผู้สูงอายุย้ายวันที่  30  กันยายน  2562  วันสุดท้ายของปีงบประมาณ  และกลัวว่าจะไม่ได้เงิน  พอย้ายเสร็จรีบไปลงทะเบียนที่  อปท.แห่งใหม่เลยในวันเดียวกันคือ  วันที่  30  กันยายน  2562  กรณีนี้เหมือนกับกรณีที่  1  คือ  ไปลงทะเบียนภายในเดือนพฤศจิกายนของปีที่ย้าย

ผู้สูงอายุรายนี้รับเงินที่เก่าถึงเดือนกันยายน  2562  และเริ่มรับเงินที่ใหม่ในเดือนตุลาคม  2562

ตัวอย่างที่  3

ย้ายวันที่  30  กันยายน  2562  แล้วไปลงทะเบียนภายในเดือนพฤศจิกายน  2562  (วันที่  1 – 30  พฤศจิกายน  2562)  ตามเกณฑ์  ตาคนนี้จะได้รับเงินที่เก่าถึงเดือนกันยายน  2562  แล้วไปรับเงินที่ใหม่ในเดือนตุลาคม  2562

สังเกตเห็นอะไรมั้ยครับ

ตามตัวอย่างที่  3  ตาคนนี้ย้ายและไปลงทะเบียนตามเกณฑ์เหมือนกัน  แต่แกไปลงทะเบียนในเดือนพฤศจิกายน  2562  ซึ่งเป็นปีงบประมาณ  2563  แล้ว  และเลยเดือนตุลาคม  2562  ซึ่งเป็นเดือนต้นปีงบประมาณมาแล้ว  1  เดือน  แต่ความหมายของหนังสือฉบับนี้คือ  ให้จ่ายย้อนหลังให้ตาคนนี้

อย่างนี้ก็ได้เหรอ

ตัวอย่างที่  1  ย้าย  28  กุมภาพันธ์  2562  ไปลงทะเบียน  30  กันยายน  2562  ตัวอย่างที่  2  ย้าย  30  กันยายน  2562  ไปลงทะเบียน  30  กันยายน  2562  ทั้งสองไปลงทะเบียนภายในปีงบเดียวกันนะครับ

แต่ตัวอย่างที่  3  ย้ายปีงบ  2562  ไปลงทะเบียนปีงบ  2563  ซึ่งมันควรจะรับเงินปีงบ  2564  แต่หนังสือนี้สั่งให้เราจ่ายย้อนหลังให้  เอาละมาดูตัวอย่างต่อไป

ตัวอย่างที่  4

ผู้สูงอายุย้ายวันที่  30  กันยายน  2562  (หรือก่อนหน้านี้)  แต่ไปลงทะเบียนหลังเดือนพฤศจิกายน  2562  พูดง่ายๆ คือ  ไม่ไปลงทะเบียนภายในเดือนพฤศจิกายนของปีที่ย้าย

กรณีนี้  ที่เก่าจ่ายถึงเดือนกันยายน  2562  เท่านั้น  แต่ที่ใหม่เริ่มจ่ายเดือนตุลาคม  2563  คือปีงบประมาณ  2564  งบประมาณ  2563  ตาคนนี้ไม่ได้รับครับ  เป็นไปตามหนังสือที่อ้างถึง  ลงวันที่  13  พฤศจิกายน  2561  ข้อ  3.4

ตัวอย่างที่  5

กรณีที่  1  ย้ายวันที่  1  ตุลาคม  2562  (ปีงบประมาณ  2563)  ไปลงทะเบียนที่  อปท.แห่งใหม่ในเดือนพฤศจิกายน  2562  จะรับเงินที่เก่าถึงปีงบประมาณ  2563  คือเดือนกันยายน  2563  แล้วไปรับที่ใหม่ปีงบประมาณ  2564  เดือนตุลาคม  2563

อีกกรณีคือ  ย้ายวันที่  1  ตุลาคม  2562  ปีงบประมาณ  2563  เหมือนกัน  แต่ไปลงทะเบียนที่ใหม่ภายในเดือนกันยายน  2563  ปีงบเดียวกัน  กรณีนี้รับเงินที่เก่าถึงปีงบประมาณ  2563  คือเดือนกันยายน 2563  และรับเงินที่ใหม่ปีงบประมาณ  2564  เดือนตุลาคม  2563  เหมือนกับกรณีแรก

กรณีที่  3  ย้าย  1  ตุลาคม  2562  (ปีงบประมาณ  2563)  แต่ไม่ไปลงทะเบียนภายในเดือนกันยายน  2563  กรณีนี้ปีงบประมาณ  2564  จะไม่มีสิทธิรับเงินครับ  จะได้รับเพียงปีงบประมาณ  2563  เท่านั้นเอง

เป็นอย่างไรบ้างครับ  งง  หรือ  เข้าใจ  กับหนังสือฉบับนี้บ้างไหม  ส่วนตัวผม  ผมยังมองว่า  การลงทะเบียนผู้สูงอายุเป็นการลงทะเบียนล่วงหน้าอยู่  ไม่ควรจะมาจ่ายย้อนหลังให้  หรือกระทรวงมหาดไทยควรแก้ไขระเบียบเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุซะ

ทำให้ระเบียบใหม่ผู้สูงอายุเหมือนพิการ  อายุ  60  ปีบริบูรณ์ซะก่อนค่อยมาลงทะเบียน  แล้วรับเงินในเดือนถัดไปเลย  จะสะดวกและไม่งง  ไม่ปวดหัวเหมือนอย่างวันนี้  หรือท่านคิดว่ายังไง

ตัวอย่างนำมาจากตัวอย่างของ  N.P  ชมรมพัฒนาชุมชน อปท.

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.