
เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ที่เรานักพัฒนาชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จ่ายให้กับผู้สูงอายุในทุกๆ เดือน ไม่ว่าจะจ่ายเงินแบบโอนผ่านธนาคาร หรือจ่ายเป็นเงินสดนั้น สตง.มักจะเข้ามาสอบถามเรื่องนั้นเรื่องนี้เป็นประจำกันทุกๆ ปี นักพัฒนาชุมชนบางคนอาจจะเคยเจอ สตง. นักพัฒนาชุมชนบางคนอาจจะยังไม่เคยแม้แต่ถ่ายเอกสารที่เกี่ยวข้องส่งไปให้ แต่ก็มีหนังสือซักซ้อมเกี่ยวกับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุออกมาให้เราปฏิบัติอยู่เป็นประจำ
อย่างเมื่อเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา มีหนังสือ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จากกระทรวงมหาดไทย คือ หนังสือ ด่วน ที่ 0891.3 / 03962 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2559 เรื่อง การตรวจสอบการดำเนินงานโครงการสร้างหลักประกันด้านรายได้แก่ผู้สูงอายุ ออกมา เนื่องจากว่า สตง.ได้เข้าตรวจสอบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุหลายๆ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็ได้รายงานการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ว่านี้มาให้กระทรวงมหาดไทยทราบ กระทรวงเลยออกหนังสือแจ้งมา

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ มีข้อสั่งการ และกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติ ดังนี้
ข้อแรก ให้พวกเราองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สูงอายุ ก่อนการรายงานเพื่อขอรับงบประมาณในแต่ละปี และก่อนการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในแต่ละเดือนทุกเดือน เรื่องผู้สูงอายุย้าย ผู้สูงอายุตาย ให้ประสานตรวจสอบข้อมูลกับสำนักทะเบียนท้องถิ่นของตัวเอง หรือสำนักทะเบียนอำเภอ
ข้อสอง การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ถ้าเป็นการจ่ายเงินสดด้วยการจ่ายให้กับผู้รับมอบอำนาจ ให้ผู้รับมอบอำนาจ (ผู้ที่มารับเงินแทน) รับรองการมีชีวิต คือรับรองว่า ผู้สูงอายุท่านนั้นยังมีชีวิตอยู่ โดยลงลายมือชื่อรับรองในช่องหมายเหตุในใบสำคัญรับเงินทุกครั้ง และห้ามไม่ให้จ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้กับผู้มารับแทนโดยที่ไม่มีหนังสือมอบอำนาจโดยเด็ดขาด
ข้อสาม หากการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นการจ่ายผ่านธนาคาร ให้พวกเราตรวจสอบสถานะการดำรงชีวิต หรือตรวจสอบการเสียชีวิตของผู้สูงอายุทุกเดือน และตอนต้นปีงบประมาณ (ควรทำก่อนเดือนตุลาคมของปี) ต้อง (ต้องนะครับ) ให้ผู้สูงอายุมายืนยันชื่อและเลขบัญชีธนาคารก่อนการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุโดยการโอนเงินผ่านทางธนาคาร เพื่อเป็นการยืนยันสถานะของบัญชีธนาคารทุกปี
ข้อสี่ ก่อนการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบซึ่งก็คือพวกเรานักพัฒนาชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นี่แหละครับ ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สูงอายุที่ได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุว่าจะต้อง ไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วงงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งได้แก่ ผู้ที่รับเงินบำนาญ เบี้ยหวัด บำนาญพิเศษ หรือเงินชื่อเรียกอื่นในลักษณะเดียวกันคือรับเป็นประจำทุกเดือน
ผู้สูงอายุที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ที่ได้รับเงินเดือน ค่าตอบแทน รายได้ประจำ หรือผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่รัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดให้เป็นประจำ ได้แก่ ข้าราชการบำนาญ บำเหน็จรายเดือน เบี้ยหวัด บำนาญพิเศษ หรือเงินอื่นใดที่เรียกชื่ออย่างอื่น โดยจ่ายในลักษณะเป็นรายเดือนจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ทั้งการประปา การไฟฟ้า ตรวจสอบว่าผู้สูงอายุเหล่านั้น ตอนที่ยื่นคำขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเขาได้รับรองตัวเองแล้วว่ามีคุณสมบัติครบถ้วน ถูกต้อง

ข้อห้า ข้อหก เป็นการสั่งการท้องถิ่นจังหวัดให้กำกับดูแลและติดตามการรายงานผลการดำเนินงานของท้องถิ่นต่างๆ ในเรื่องที่กล่าวมาในข้อหนึ่งถึงข้อสี่ เช่น ถ้าหากพบว่ามีผู้สูงอายุเสียชีวิต หรือพบว่าผู้สูงอายุเสียชีวิตให้เร่งรัดติดตามท้องถิ่นส่งคืนงบประมาณที่เหลือจ่ายคืนกรมต่อไป
ข้อเจ็ด ให้ท้องถิ่นตรวจสอบสถานภาพและปรับปรุงข้อมูลผู้สูงอายุที่ย้ายภูมิลำเนา และผู้สูงอายุที่เสียชีวิต แล้วยืนยันจำนวนผู้สูงอายุที่มีสิทธิรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุไปที่กรมก่อนการจัดสรรงบประมาณในแต่ละปี
สรุปการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เราต้องเตรียมการดังนี้
1.ต้นปีงบประมาณ (เดือนตุลาคม) แจ้งให้ผู้สูงอายุที่มีสิทธิรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ไปยืนยันสถานะการมีชีวิตอยู่กับทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล หรือ อบต. ว่าตัวท่านยังมีชีวิตอยู่และยังไม่ได้ย้ายภูมิลำเนาไปไหน รวมถึงแจ้งวิธีการรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุกับเทศบาล หรือ อบต.ด้วยว่า จะรับเงินแบบไหน รับเป็นเงินสดด้วยตัวท่านเอง หรือให้โอนเงินผ่านทางธนาคารในชื่อบัญชีของท่าน หรือมอบอำนาจให้คนอื่นมารับเงินสดแทน หรือโอนเงินผ่านทางธนาคารโดยใช้บัญชีของผูรับมอบอำนาจ อ่านรายละเอียด การแสดงตนเพื่อรับเบี้ยยังชีพ เพื่อความเข้าใจยิ่งขึ้นครับ ที่นี่
2.ในแต่ละเดือนที่เราจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ให้เราตรวจสอบข้อมูลด้วยว่า ผู้สูงอายุที่มีสิทธิรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในเดือนนี้มีใครเสียชีวิต หรือมีใครตายมั้ย
3.การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในแต่ละเดือน ถ้าเป็นการจ่ายเงินสดแบบมอบอำนาจให้ผู้อื่น (ผู้รับมอบอำนาจ) มารับแทน ให้ผู้รับมอบอำนาจลงลายมือชื่อรับรองว่า ผู้สูงอายุที่มอบอำนาจให้นั้นยังมีชีวิตอยู่ โดยลงลายมือชื่อไว้ในหมายเหตุในใบสำคัญรับเงิน และห้ามจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้กับผู้มารับเงินแทนที่ไม่มีหนังสือมอบอำนาจโดยเด็ดขาด
ส่วนการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุโดยการโอนเงินผ่านธนาคาร ให้ตรวจสอบการมีชีวิตก่อนทำการโอนเงินในทุกเดือน
เบื้องต้นผมขอเล่าให้ฟังเพียงเท่านี้ก่อนครับ โดยการสรุปให้ฟังว่าในแต่ละเดือนเราต้องทำยังไงบ้าง เท่าที่นึกออกในตอนนี้นะครับ ครั้งหน้าจะมาเล่าให้ฟังอีกครั้งหนึ่งในเรื่องของการทำเอกสารประกอบการรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ต้องมีอะไร ยังไงบ้าง พยานมีมั้ย พยานมีทำไม และอื่นๆ ขอบคุณที่ติดตาม สวัสดีครับ

นักพัฒนาชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
รองประธาน ชมรมพัฒนาชุมชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (แห่งประเทศไทย)
ลูกของแม่ และเพื่อนของท่าน