ระเบียบเบี้ยคนพิการ มีมา 4 ฉบับแล้วนะ รู้ยัง

ระเบียบเบี้ยคนพิการ

ระเบียบเบี้ยคนพิการ ที่มีชื่อเต็มๆ ว่า ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยความพิการให้คนพิการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2553 ใช้มาตั้งแต่ปี 2553 และมีการแก้ไขออกมาจนถึงตอนนี้คือฉบับที่ 4 ไล่เรียงกันมาได้ดังนี้

ฉบับที่ 1 ออกมาปี 2553 บอกนิยามของคนพิการและผู้ดูแลคนพิการไว้ว่า คนพิการ และ ผู้ดูแลคนพิการ หมายความถึง คนพิการ และ ผู้ดูแลคนพิการ ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ แล้วก็บอก คุณสมบัติของผู้มีสิทธิจะได้รับเงินเบี้ยความพิการ ไว้ในหมวด 1 ข้อ 6

ข้อ 6 คนพิการซึ่งจะมีสิทธิได้รับเงินเบี้ยความพิการ ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(1) มีสัญชาติไทย

(2) มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามทะเบียนบ้าน หมายความว่า ต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านด้วย

(3) มีบัตรประจำตัวคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ

(4) ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ในความอุปการะของสถานสงเคราะห์ของรัฐ

ส่วน ระเบียบเบี้ยคนพิการ ฉบับที่ 2 ออกมาปี 2559 แก้ไขขั้นตอนในการลงทะเบียนยื่นคำขอในข้อ 7 จาก ให้ลงทะเบียนและยื่นคำขอในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี และรับเงินในปีงบประมาณถัดไป พูดแบบชาวบ้านคือ ลงทะเบียนปีนี้รับปีหน้า เป็น คนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ ให้ลงทะเบียนและยื่นคำขอและรับเงินในเดือนถัดไป

ข้อ 7 ให้คนพิการที่ได้จดทะเบียนคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ ลงทะเบียนและยื่นคำขอรับเงินเบี้ยความพิการด้วยตนเองต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนมีภูมิลำเนา ณ ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือสถานที่ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด

และมีสิทธิรับเงินเบี้ยความพิการในเดือนถัดไป โดยมีหลักฐานพร้อมสำเนาที่ผู้ขอรับเงินเบี้ยความพิการ ลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้อง ดังต่อไปนี้

(1) บัตรประจำตัวคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ

(2) ทะเบียนบ้าน

(3) สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร สำหรับกรณีที่ ผู้ขอรับเงินเบี้ยความพิการประสงค์ขอรับเงินเบี้ยความพิการผ่านธนาคาร

จะเห็นว่าระเบียบที่แก้ไขใหม่ข้อ 7 อำนวยความสะดวกให้คนพิการจริงๆ ครับ คือ ถ้ามีบัตรคนพิการ สามารถมาลงทะเบียนเพื่อขอรับเงินได้เลย แล้วได้รับเงินในเดือนถัดไป ยื่นเดือนนี้ รับเดือนหน้า และการลงทะเบียนยังต้องมีหลักฐานเป็นถ่ายเอกสาร รับรองสำเนาถูกต้องอยู่นะครับ

ส่วนข้อ 8 ที่เกี่ยวกับการย้ายภูมิลำเนาของคนพิการก็มีการแก้ไขในฉบับที่ 2 นี้ โดยที่ฉบับเดิมบอกว่า เมื่อคนพิการย้าย ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดิมที่เคยจ่ายเงินเบี้ยความพิการ จ่ายต่อไปจนสิ้นปีงบนั้น และคนพิการต้องไปลงทะเบียนที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งใหม่ภายในเดือนพฤศจิกายน ถึงจะได้รับเบี้ยในปีงบต่อไป

ข้อ 8 ฉบับ 2 แก้ไขออกมาอย่างนี้ครับ

ข้อ 8 ในกรณีคนพิการซึ่งได้รับเงินเบี้ยความพิการจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหนึ่งและย้ายภูมิลำเนาไปอยู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น หรือกรุงเทพมหานคร ให้คนพิการนั้นลงทะเบียนและยื่นคำขอรับเงินเบี้ยความพิการด้วยตนเองต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งใหม่ที่ตนมีภูมิลำเนา

และให้ได้รับเงินเบี้ยความพิการจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งใหม่ในเดือนถัดไป ทั้งนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งใหม่ต้องได้รับการยืนยันจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดิมที่จ่ายเงินเบี้ยความพิการเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน

หมายความว่า ถ้าคนพิการย้าย ให้ไปลงทะเบียนที่ใหม่เลยทันที และให้ที่ใหม่จ่ายเบี้ยในเดือนถัดไป โดยที่ ที่ใหม่ต้องประสานกับที่เก่าก่อน คุยกันให้เข้าใจใครจะจ่าย

ที่ฉบับที่ 2 แก้ไขอีกข้อหนึ่งคือ ข้อ 9 ครับ เป็นการตรวจสอบและของบ จากเดิม ในเดือนกุมภาพันธ์เราจะแจ้งชื่อไปให้กรมส่งเสริมตั้งงบประมาณผ่านทางจังหวัด แก้ไขข้อความเป็นอย่างนี้ครับ

ข้อ 9 ภายในเดือนมกราคมของทุกปีให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบันทึกรายชื่อคนพิการที่มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยความพิการ ในระบบสารสนเทศพร้อมทั้งรายงานตามที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกำหนด เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการขอตั้งงบประมาณและจัดสรรงบประมาณ

นั่นคือ ตอนนี้เรารายงานทางอิเล็กทรอนิกส์คือคีย์ข้อมูลในระบบสารสนเทศเบี้ยยังชีพนั่นเองครับ แล้วพอเดือนมกราคมเราก็รายงานไปอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เรารายงานไปรอบแรกพร้อมผู้สูงอายุ

ฉบับที่ 3 แก้ไขนิดเดียว เกี่ยวกับการจ่ายเงินเบี้ยความพิการ คือเขาเพิ่มข้อความในข้อ 13 วรรคสี่ ว่า “การโอนเงินเข้าบัญชีให้กับผู้มีสิทธิได้รับเบี้ยความพิการตามวรรคหนึ่ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจประสานผ่านกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้กรมบัญชีกลางเป็นผู้ดำเนินการแทนได้”

พอแก้ไขมาก็ไม่เห็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไหนประสานเลยครับ เขาเลยกึ่งๆ บังคับทั้งประเทศเลย HA HA

ฉบับที่ 4 ยกเลิกข้อ 6 ที่บอกคุณสมบัติของคนพิการที่มีสิทธิรับเงิน และข้อ 13 วิธีการจ่ายเงินครับ แล้วใช้ข้อความนี้แทนครับ

ข้อ 6 คนพิการซึ่งจะมีสิทธิที่จะได้รับเบี้ยความพิการตามระเบียบนี้ ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสวัสดิการเบี้ยความพิการกำหนด

สรุปคือ มีบัตรคนพิการ มีชื่อในทะเบียนบ้านในพื้นที่เรา ไม่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ รับได้หมด

ข้อ 13 การจ่ายเงินเบี้ยความพิการให้แก่ผู้มีสิทธิตามระเบียบนี้ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จ่ายเป็นเงินสด หรือโอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารในนามผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยความพิการ หรือในนามผู้ดูแลคนพิการเป็นรายเดือนภายในวันที่ 10 ของทุกเดือน หากล่าช้าเกินกว่ากำหนดดังกล่าวต้องเป็นกรณีจำเป็นอันมิอาจก้าวล่วงได้

ในการจ่ายเงินให้แก่ผู้ดูแลคนพิการ ต้องตรวจสอบจนแน่ใจว่าเป็นบุคคลเดียวกับผู้ดูแลคนพิการ และต้องได้รับการยืนยันว่าผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยความพิการยังมีชีวิตอยู่ ณ วันที่ 1 ของทุกเดือน

การโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารให้เป็นไปตามที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด หรือตามที่ตกลงกันเป็นอย่างอื่น

การโอนเงินเข้าบัญชีให้กับผู้มีสิทธิได้รับเบี้ยความพิการตามวรรคหนึ่ง ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานตามระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสวัสดิการเบี้ยความพิการกาหนด เป็นหน่วยดำเนินการ

เลยเป็นที่มาของการโอนเงินโดยกรมบัญชีกลางในวันนี้ไงล่ะครับ

ระเบียบเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ แต่ละฉบับแก้ไขเรื่องอะไร ข้อไหนบ้าง

อบรมเบี้ยยังชีพกับ มสธ.เพื่อเตรียมรับงานใหม่

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.