เบี้ยยังชีพปีงบ 63 มีแนวทางการรับลงทะเบียนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุอย่างไร

เบี้ยยังชีพปีงบ  63  มีแนวทางการรับลงทะเบียนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุอย่างไร  และมีแนวทางในการจ่ายเงินอย่างไร  และอื่นๆ อีกมากมายที่หลายๆ ท่านถามมา  พอผมบอกว่าให้ดูแนวทางตามหนังสือสั่งการ  หลายคนเหล่านั้นบอกว่า  แนวทางไม่มีแนวทาง

เอ…..มันยังไง

เบี้ยยังชีพปีงบ 63 มีหนังสือซักซ้อมมามั้ย

เบี้ยยังชีพปีงบ 63

ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย  ด่วนที่สุด  ที่  มท  0810.6/ว 5546  ลงวันที่  28  กันยายน  2561  เรื่อง การรับลงทะเบียนผู้มีสิทธิรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ประจำปีงบประมาณ  พ.ศ.  2563  บอกมานิดเดียวว่า

ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  จัดให้มีการรับลงทะเบียนผู้มีสิทธิรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ  ประจำปีงบประมาณ  พ.ศ.  2563  ตั้งแต่เดือนตุลาคม  ถึงเดือนพฤศจิกายน  2561  และเดือนมกราคม  ถึงเดือนกันยายน  2562

โดยรับลงทะเบียนผู้ที่มีอายุครบ  60  ปีบริบูรณ์  ที่ยังไม่เคยลงทะเบียนมาก่อน  และผู้ที่จะ (ย้าว่า “จะ”) มีอายุครบ  60  ปีบริบูรณ์ในปีงบประมาณถัดไป  นับถึงวันที่  1  กันยายน  2563  ซึ่งก็คือกลุ่มคนที่เกิดก่อนวันที่  2  กันยายน  2503  นั่นเอง

อ้อ  รับลงทะเบียนกลุ่มที่ย้ายภูมิลำเนาเข้ามาอยู่ในพื้นที่เราด้วยนะครับ

หนังสือบอกแค่นี้  แล้วก็มีเอกสารประกอบห้อยท้ายมานิดหน่อย  ไม่มีแนวทางมาให้ว่าจะให้เราองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำยังไง

รายละเอียดหนังสือการรับลงทะเบียนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ  ปีงบประมาณ  2563

ดูเอกสารประกอบแล้ว  ผมเชื่อว่าบรรดาสมาชิกชมรมพัฒนาชุมชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (แห่งประเทศไทย) คงเข้าใจดี

เบี้ยยังชีพปีงบ 63

เข้าใจว่า  ภายในเดือนตุลาคม  และเดือนพฤศจิกายน  2561  นี้  ต้องตามผู้สูงอายุที่เข้าเกณฑ์ลงทะเบียนได้  ตามรายชื่อที่เราขอมาจากสำนักทะเบียนมาลงทะเบียนให้เรียบร้อย  และเดือนมกราคมถึงกันยายน  2562  ควรเป็นการเก็บตกเท่านั้น

แล้วก็ควรจะบันทึกข้อมูลในระบบสารสนเทศให้เรียบร้อยภายในเดือนธันวาคม  เพราะจะได้ใช้ข้อมูลนี้ของบประมาณ

โดยผู้ที่มีอายุครบ  60  ปีบริบูรณ์แล้วจะได้รับเงินตั้งแต่เดือนตุลาคม  2562  หรือปีงบประมาณ  2563  เป็นต้นไป  ส่วนผู้ที่จะมีอายุครบ  60  ปีบริบูรณ์ในปีงบประมาณ  2563  จะได้รับเงินตั้งแต่เดือนถัดจากที่มีอายุครบ  60  ปีบริบูรณ์

เบี้ยยังชีพปีงบ 63

กลุ่มที่มีอายุครบ  60  ปีบริบูรณ์แล้วก็คือกลุ่มที่เกิดก่อนวันที่  2  ตุลาคม  2502  และกลุ่มที่ย้ายภูมิลำเนาเข้ามาใหม่  ส่วนกลุ่มที่จะได้รับเงินแบบ  Happy birthday  หรือรับในเดือนถัดไปจากที่มีอายุครบ  60  ปีบริบูรณ์  ก็คือกลุ่มที่เกิดระหว่างวันที่  2  ตุลาคม  2502  จนถึงวันที่  1  กันยายน  2503

แต่คนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกผมเชื่อขนมกินได้เลยว่า  คงงง  แน่นอน

ก็ปกติทุกๆ ปีเคยเจอแนวทางแบบบอกมาเป็นข้อๆ ว่า  ข้อ  1  เตรียมการอย่างไร  ข้อ  2  รับลงทะเบียนยังไง  พิมพ์รายชื่อส่งจังหวัดวันไหน  เป็นต้น  แต่นี่ไม่มีบอกเลย

อ่าน แนวทางการรับลงทะเบียนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุปีงบ 62 ประกอบ

ถ้าหากว่ารับลงทะเบียนเสร็จยังไม่มีหนังสือสั่งการเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกมาอีก  ผมว่าปัญหาที่จะตามมาคือ  ปลัด  คลัง  คงไม่ยอมลงลายมือชื่อในเอกสารรับรองการรับลงทะเบียนที่เราพิมพ์จากระบบส่งอำเภอ  จังหวัด  หรอกครับผมว่านะ  ก็ล่าสุดมีหนังสือสั่งการมายังอิดออดเลย

ปัญหาหนึ่งที่ต้องเจอแน่นอนคือ  การย้ายของผู้สูงอายุ  เพราะในปีงบประมาณ  2562  ขณะนี้มีปัญหามาก

ผู้สูงอายุย้ายในเดือนกันยายน  2561  อาทิตย์สุดท้ายของเดือนพอดี  แล้วไปลงทะเบียนที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งใหม่ไม่ทันในเดือนกันยายน  2561  พอตุลาคมที่ใหม่เขารับลงทะเบียนแต่เป็นการรับปีงบ  63  ปัญหาเกิดเพราะที่เก่ารีบตัดออกจากระบบพร้อมทั้งไม่ประกาศรายชื่อในปีงบ  62

ที่เก่าตัดออก  ที่ใหม่ก็จ่ายไม่ได้  ผู้สูงอายุเลยเสียสิทธิไป  1  ปี

หลายคนเจอมากับตัวเอง  หรืออาจจะมีเพื่อนเล่าให้ฟังเชิงปรึกษาหารือคือ  ผู้สูงอายุย้ายเข้ามา  แต่ไม่ยอมมาลงทะเบียน  ตามแล้วไม่เจอ  คือเรารู้แต่ตามไม่ได้  หรือเราไม่รู้  พอถึงเดือนตุลาคม  2561  เงินไม่เข้าบัญชี  เริ่มมาตามที่  อปท.แระ  ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน

ผู้สูงอายุเขาคิดว่า  เขาย้ายเขาไม่จำเป็นต้องไปลงทะเบียน  อปท.จะประสานกันเอง

การย้ายของผู้สูงอายุ อัพเดทล่าสุด

ล่าสุด  เรื่องของการย้ายของผู้สูงอายุ  มีหนังสือกระทรวงมหาดไทย  ด่วนที่สุด  ที่  มท 0810.6/ว 6562  ลงวันที่  13  พฤศจิกายน  2561  เรื่อง  ซักซ้อมแนวทางการรับลงทะเบียนผู้มีสิทธิรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ประจำปีงบประมาณ  พ.ศ.  2563

หนังสือบอกไว้ในข้อ  3  อย่างนี้ครับ

กรณีผู้สูงอายุที่มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุอยู่  แล้วมีการย้ายภูมิลำเนาไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น  ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการดังนี้

3.1 ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งเดิม  แจ้งให้ผู้สูงอายุทราบว่า  ผู้สูงอายุต้องไปลงทะเบียน  และยื่นคำขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ  ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งใหม่  ภายในเดือนพฤศจิกายนของปีนั้นๆ

3.2 ในระหว่างปีงบประมาณ  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด  ที่จ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุอยู่  ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น  ยังคงจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุต่อไป  จนกว่าจะสิ้นปีงบประมาณ

3.3 ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งใหม่  ที่ได้รับลงทะเบียนและคำขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่มีการย้ายภูมิลำเนา  เป็นผู้จ่ายเบี้ยยังชีพให้ผู้สูงอายุนั้น  ตั้งแต่ปีงบประมาณถัดไป

3.4 กรณีที่ผู้สูงอายุได้ย้ายภูมิลำเนา  แต่ไม่ได้ไปลงทะเบียนและยื่นคำขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ  ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งใหม่  ทำให้ไม่มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งเดิมและแห่งใหม่  หากภายหลังได้ไปลงทะเบียนและยื่นคำขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ  ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งใหม่แล้ว  ก็ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งใหม่ดำเนินการตามข้อ  3.3

คงมีความชัดเจนขึ้นนะครับ  ในประเด็นการย้ายของผู้สูงอายุ  ใครเป็นคนจ่ายเงิน  ที่เก่าหรือที่ใหม่  ส่วนประเด็นที่ว่า  ผู้สูงอายุย้าย  แต่ไม่ไปลงทะเบียน  ทำให้เสียสิทธิไป  และยิ่งที่เก่าเงินในปีที่ผ่านๆ มาได้รับการจัดสรรไม่พออยู่แล้ว  ยิ่งได้โอกาสตัดออกทันทีที่ทราบว่าย้าย

คงต้องรอแนวทางจากกรมส่งเสริมกันต่อไป

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.